โดย นางสาวมารียานา เลาะแมง
นักศึกษาสาธารณสุขศาสตร์
นักศึกษาสาธารณสุขศาสตร์
โรคกลัว (Phobia) จัดเป็นความผิดปกติทางจิตเวชอย่างหนึ่ง
ลักษณะที่สำคัญที่พบในผู้ป่วยโรคนี้ก็คือ
ผู้ป่วยจะมีความกลัวที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ
และไม่สมเหตุสมผลเมื่อได้เผชิญกับสิ่งหรือสถานการณ์ซึ่งผู้ป่วยกลัว
ทำให้ผู้ป่วยพยายามหลีกเลี่ยงไม่ยอมเผชิญกับสิ่งที่ทำให้เกิดความกลัว
พร้อมกันนั้นผู้ป่วยจะมีอาการทางกายเกิดขึ้นด้วย เช่น ใจสั่น หายใจลำบาก
วิงเวียนศรีษะ เหงื่อออก มือสั่น และเป็นลม โดยอาการดังกล่าวต้องเกิดขึ้นซ้ำๆ
กันเป็นเวลานานอย่างน้อย 6 เดือน
โรคกลัวที่ชุมชน หรือ อาการกลัวที่โล่ง (อังกฤษ: Agoraphobia) เป็นโรควิตกกังวลชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากความกลัวที่จะเกิดอาการตื่นตระหนก (panic attack) ในสถานที่ที่หนีออกไปลำบากหรือไม่มีคนช่วยเหลือ ผู้ป่วยจากโรคกลัวที่ชุมชนจึงมักหลีกเลี่ยงสถานที่สาธารณะหรือสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ในผู้ป่วยที่อาการรุนแรงอาจหมกตัวอยู่ในบ้านและไม่กล้าออกจากสถานที่ที่คิดว่าปลอดภัย
อาการของโรคกลัว แบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด
ชนิดที่ 1 เป็นอาการกลัวเฉพาะอย่าง (Specific
phobia) เช่น กลัวสัตว์ กลัวที่แคบๆ หรือกลัวที่สูง
ชนิดที่ 2 เป็นการกลัวกิจกรรมเกี่ยวกับสังค
(Social
phobia) เช่น การพูดคุยกับผู้อื่น การพูดหน้าชั้นเรียน
ชนิดที่ 3 เป็นการกลัวอยู่ในที่ชุมชนหรือที่โล่งแจ้ง
(Agoraphobia)
ในกรณีนี้ผู้ป่วยจะกลัวสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก กลัวการออกนอกบ้าน
ฯลฯ
สาเหตุของโรคกลัว
สาเหตุของโรคนี้พบว่าส่วนหนึ่งเกิดจากพันธุกรรม เช่น
อาจจะเห็นญาติสนิทกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก่อน หรือทราบอันตรายจากการบอกเล่า
รวมถึงผู้ป่วยอาจมีอาการผิดปกติทางบุคคลิก เช่น เป็นเด็กขี้อายและแยกตัวเอง ฯลฯ
อายุของผู้ป่วยจะมี 2 ช่วงด้วยกันค่ะ คือ ช่วงเด็ก
และช่วงอายุ 25 ปี
บางรายอาจมีอาการกลัวจนถึงวัยผู้ใหญ่มักจะมีอาการเรื้อรัง
ส่วนวิธีการรักษาแพทย์จะใช้การทำจิตบำบัดและยาในการรักษา
โรคกลัวที่ชุมชน(Agoraphobia)
โรคกลัวที่ชุมชน หรือ อาการกลัวที่โล่ง (อังกฤษ: Agoraphobia) เป็นโรควิตกกังวลชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากความกลัวที่จะเกิดอาการตื่นตระหนก (panic attack) ในสถานที่ที่หนีออกไปลำบากหรือไม่มีคนช่วยเหลือ ผู้ป่วยจากโรคกลัวที่ชุมชนจึงมักหลีกเลี่ยงสถานที่สาธารณะหรือสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ในผู้ป่วยที่อาการรุนแรงอาจหมกตัวอยู่ในบ้านและไม่กล้าออกจากสถานที่ที่คิดว่าปลอดภัย
ผู้ค้นพบ
สถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (National Institute of
Mental Health)
ความแตกต่างระหว่างเพศ
โรคกลัวที่ชุมชนเกิดในเพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 2 เท่า
ความแตกต่างระหว่างเพศอาจจะเกิดจากปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรมที่เอื้อให้เพศหญิงแก้ปัญหาด้วยการหลีกเลี่ยงมากกว่าเพศชาย
ทฤษฎีอื่นๆได้เสนอว่าผู้หญิงมักจะใฝ่หาความช่วยเหลือจึงทำให้ได้รับการวินิจฉัยมากกว่าเพศชายที่มักจะพึ่งสุราเพื่อหลีกหนีความวิตกกังวลและทำให้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้เสพติดสุราแทน
และบทบาททางเพศของหญิงตามประเพณีเดิมก็ทำให้ผู้หญิงตอบสนองต่อความวิตกกังวลด้วยการพึ่งพาและความสิ้นหวัง
ผลการวิจัยยังไม่สามารถอธิบายได้อย่างแน่ชัดเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างเพศในโรคกลัวที่ชุมชน
สาเหตุโรคกลัวที่ชุมชน
สาเหตุของการเกิดโรค อาการกลัวที่โล่งยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด
คาดว่าอาการกลัวที่โล่งเกี่ยวข้องกับอาการวิตกกังวลอื่นๆสภาพแวดล้อมที่เคร่งเครียดและการใช้สารเสพติด
อาการนี้พบมากในเพศหญิง การใช้ยากดประสาทและยานอนหลับ เช่น เบนโซไดอะซีพีน (benzodiazepines)
อย่างต่อเนื่อง
จัดเป็นเหตุให้เกิดอาการกลัวที่โล่งเพราะการหยุดใช้ยาและการรักษาอาการติดยาดังกล่าว
ทำให้อาการกลัวที่โล่งทุเลาลง
งานวิจัยยังได้กล่าวถึงความเกี่ยวข้องกันระหว่างอาการกลัวที่โล่งและความลำบากในการรับรู้เชิงสถานที่
(spatialorientation) คนปกติสามารถรักษาสมดุลของข้อมูลรวมจากระบบการรักษาสมดุล
(vestibular system) ระบบการรับภาพ (visual system) และการรับรู้อากัปกิริยา (proprioception) แต่ในผู้ที่มีอาการกลัวที่โล่งจะพึ่งพาระบบการรับภาพและการรับรู้อากัปกิริยามากขึ้นเพราะระบบการรักษาสมดุลทำหน้าที่ลดลง
ทำให้เสียการรับรู้ได้ง่ายเมื่อการมองเห็นกระจัดกระจาย เช่น
ในที่โล่งแจ้งหรือท่ามกลางฝูงชน
และอาจจะมีอาการสับสนเมื่อประสบกับความลาดเอียงหรือพื้นผิวที่ไม่สม่ำเสมอเช่นเดียวกัน
ในการศึกษาความจริงเสมือน (virtual reality) ผู้กลัวที่โล่งโดยเฉลี่ยสามารถจัดการข้อมูลภาพและเสียงที่เปลี่ยนไปได้แย่กว่ากลุ่มควบคุม
อาการโรคกลัวที่ชุมชน
วิตกกังวลนี้มักจะประกอบด้วยความกลัวการขายหน้าต่อประชุมชน
เพราะอาการกลัวที่โล่งเป็นอาการนำของอาการตื่นตระหนกที่ทำให้ผู้ป่วยคลุ้มคลั่งต่อหน้าผู้อื่น
ผู้ที่มีอาการกลัวที่โล่งจะมีอาการตื่นตระหนกในสถานการณ์ที่ตนเองอึดอัด
รู้สึกไม่ปลอดภัย ควบคุมไม่ได้ หรือห่างไกลจากสิ่งที่สามารถช่วยเหลือเขาได้
ในรายที่มีอาการมากจะอยู่แต่กับบ้านไม่ออกไปไหนเป็นปีๆ
ผู้มีอาการจำนวนมากชอบที่จะมีผู้มาเยี่ยมอยู่ในบริเวณที่พวกเขาควบคุมได้และ
ชอบที่จะทำงานในที่ๆรู้สึกว่าปลอดภัย ถ้าผู้กลัวที่โล่งออกไปจากเขตปลอดภัยของตน
อาจจะเกิดอาการตื่นตระหนกได้
ความชุกของอาการกลัวที่โล่งในสหรัฐอเมริกาคือประมาณร้อยละ 5 ต่อปี
การรักษาโรคกลัวที่ชุมชน
การรักษาโรคกลัวที่ชุมชนหรืออาการกลัวที่โล่ง
สามารถทำได้โดยให้ผู้ป่วยเข้าไปเผชิญกับสิ่งที่ตนกลัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป (graded
exposure) จนผู้ป่วยเกิดความชินชากับสิ่งนั้นเช่นในผู้ป่วยที่กลัวความสูงเราอาจให้ผู้ป่วยขึ้นไปนั่งริมระเบียงชั้น
2 วันละ 1 ชั่วโมง
ผู้ป่วยจะเกิดอาการกลัว เมื่อเริ่มไปนั่งแต่อาจจะกลัวไม่มากนักเพราะอยู่แค่ชั้น 2
ความกลัวจะค่อยๆลดลงเมื่อเวลาผ่านไป และแทบจะไม่กลัวเลยเมื่อหมดเวลา
1 ชั่วโมง
วันต่อมาให้ทำแบบเดิมอีกผู้ป่วยก็จะกลัวอีกเมื่อเริ่มออกมานั่งแต่จะกลัวน้อยกว่าและจะหายเร็วกว่าเมื่อวาน
ทำทุกวันจนผู้ป่วยหายกลัวความสูงระดับชั้น 2 ก็ให้ขึ้นไปทำแบบเดียวกันกับชั้น
3 และเลื่อนชั้นไปเรื่อยๆจนถึงระดับที่ผู้ป่วยพอใจ
เอกสารอ้างอิง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น