วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โรคกลัว (Phobia)

โดย นางสาวมารียานา เลาะแมง
นักศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ 


        โรคกลัว (Phobia) จัดเป็นความผิดปกติทางจิตเวชอย่างหนึ่ง ลักษณะที่สำคัญที่พบในผู้ป่วยโรคนี้ก็คือ ผู้ป่วยจะมีความกลัวที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ และไม่สมเหตุสมผลเมื่อได้เผชิญกับสิ่งหรือสถานการณ์ซึ่งผู้ป่วยกลัว ทำให้ผู้ป่วยพยายามหลีกเลี่ยงไม่ยอมเผชิญกับสิ่งที่ทำให้เกิดความกลัว พร้อมกันนั้นผู้ป่วยจะมีอาการทางกายเกิดขึ้นด้วย เช่น ใจสั่น หายใจลำบาก วิงเวียนศรีษะ เหงื่อออก มือสั่น และเป็นลม โดยอาการดังกล่าวต้องเกิดขึ้นซ้ำๆ กันเป็นเวลานานอย่างน้อย 6 เดือน

อาการของโรคกลัว แบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด

       ชนิดที่ 1 เป็นอาการกลัวเฉพาะอย่าง (Specific phobia) เช่น กลัวสัตว์ กลัวที่แคบๆ หรือกลัวที่สูง

       ชนิดที่ 2 เป็นการกลัวกิจกรรมเกี่ยวกับสังค (Social phobia) เช่น การพูดคุยกับผู้อื่น การพูดหน้าชั้นเรียน

       ชนิดที่ 3 เป็นการกลัวอยู่ในที่ชุมชนหรือที่โล่งแจ้ง (Agoraphobia) ในกรณีนี้ผู้ป่วยจะกลัวสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก กลัวการออกนอกบ้าน ฯลฯ

สาเหตุของโรคกลัว
       สาเหตุของโรคนี้พบว่าส่วนหนึ่งเกิดจากพันธุกรรม เช่น อาจจะเห็นญาติสนิทกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก่อน หรือทราบอันตรายจากการบอกเล่า รวมถึงผู้ป่วยอาจมีอาการผิดปกติทางบุคคลิก เช่น เป็นเด็กขี้อายและแยกตัวเอง ฯลฯ อายุของผู้ป่วยจะมี 2 ช่วงด้วยกันค่ะ คือ ช่วงเด็ก และช่วงอายุ 25 ปี บางรายอาจมีอาการกลัวจนถึงวัยผู้ใหญ่มักจะมีอาการเรื้อรัง ส่วนวิธีการรักษาแพทย์จะใช้การทำจิตบำบัดและยาในการรักษา


โรคกลัวที่ชุมชน(Agoraphobia) 


           โรคกลัวที่ชุมชน หรือ อาการกลัวที่โล่ง (อังกฤษ: Agoraphobia) เป็นโรควิตกกังวลชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากความกลัวที่จะเกิดอาการตื่นตระหนก (panic attack) ในสถานที่ที่หนีออกไปลำบากหรือไม่มีคนช่วยเหลือ ผู้ป่วยจากโรคกลัวที่ชุมชนจึงมักหลีกเลี่ยงสถานที่สาธารณะหรือสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ในผู้ป่วยที่อาการรุนแรงอาจหมกตัวอยู่ในบ้านและไม่กล้าออกจากสถานที่ที่คิดว่าปลอดภัย

ผู้ค้นพบ
       สถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (National Institute of Mental Health)

ความแตกต่างระหว่างเพศ
       โรคกลัวที่ชุมชนเกิดในเพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 2 เท่า ความแตกต่างระหว่างเพศอาจจะเกิดจากปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรมที่เอื้อให้เพศหญิงแก้ปัญหาด้วยการหลีกเลี่ยงมากกว่าเพศชาย ทฤษฎีอื่นๆได้เสนอว่าผู้หญิงมักจะใฝ่หาความช่วยเหลือจึงทำให้ได้รับการวินิจฉัยมากกว่าเพศชายที่มักจะพึ่งสุราเพื่อหลีกหนีความวิตกกังวลและทำให้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้เสพติดสุราแทน และบทบาททางเพศของหญิงตามประเพณีเดิมก็ทำให้ผู้หญิงตอบสนองต่อความวิตกกังวลด้วยการพึ่งพาและความสิ้นหวัง ผลการวิจัยยังไม่สามารถอธิบายได้อย่างแน่ชัดเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างเพศในโรคกลัวที่ชุมชน

สาเหตุโรคกลัวที่ชุมชน
       สาเหตุของการเกิดโรค อาการกลัวที่โล่งยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด คาดว่าอาการกลัวที่โล่งเกี่ยวข้องกับอาการวิตกกังวลอื่นๆสภาพแวดล้อมที่เคร่งเครียดและการใช้สารเสพติด อาการนี้พบมากในเพศหญิง การใช้ยากดประสาทและยานอนหลับ เช่น เบนโซไดอะซีพีน (benzodiazepines) อย่างต่อเนื่อง จัดเป็นเหตุให้เกิดอาการกลัวที่โล่งเพราะการหยุดใช้ยาและการรักษาอาการติดยาดังกล่าว ทำให้อาการกลัวที่โล่งทุเลาลง

       งานวิจัยยังได้กล่าวถึงความเกี่ยวข้องกันระหว่างอาการกลัวที่โล่งและความลำบากในการรับรู้เชิงสถานที่ (spatialorientation) คนปกติสามารถรักษาสมดุลของข้อมูลรวมจากระบบการรักษาสมดุล (vestibular system) ระบบการรับภาพ (visual system) และการรับรู้อากัปกิริยา (proprioception) แต่ในผู้ที่มีอาการกลัวที่โล่งจะพึ่งพาระบบการรับภาพและการรับรู้อากัปกิริยามากขึ้นเพราะระบบการรักษาสมดุลทำหน้าที่ลดลง ทำให้เสียการรับรู้ได้ง่ายเมื่อการมองเห็นกระจัดกระจาย เช่น ในที่โล่งแจ้งหรือท่ามกลางฝูงชน และอาจจะมีอาการสับสนเมื่อประสบกับความลาดเอียงหรือพื้นผิวที่ไม่สม่ำเสมอเช่นเดียวกัน ในการศึกษาความจริงเสมือน (virtual reality) ผู้กลัวที่โล่งโดยเฉลี่ยสามารถจัดการข้อมูลภาพและเสียงที่เปลี่ยนไปได้แย่กว่ากลุ่มควบคุม

อาการโรคกลัวที่ชุมชน
       วิตกกังวลนี้มักจะประกอบด้วยความกลัวการขายหน้าต่อประชุมชน เพราะอาการกลัวที่โล่งเป็นอาการนำของอาการตื่นตระหนกที่ทำให้ผู้ป่วยคลุ้มคลั่งต่อหน้าผู้อื่น ผู้ที่มีอาการกลัวที่โล่งจะมีอาการตื่นตระหนกในสถานการณ์ที่ตนเองอึดอัด รู้สึกไม่ปลอดภัย ควบคุมไม่ได้ หรือห่างไกลจากสิ่งที่สามารถช่วยเหลือเขาได้ ในรายที่มีอาการมากจะอยู่แต่กับบ้านไม่ออกไปไหนเป็นปีๆ ผู้มีอาการจำนวนมากชอบที่จะมีผู้มาเยี่ยมอยู่ในบริเวณที่พวกเขาควบคุมได้และ ชอบที่จะทำงานในที่ๆรู้สึกว่าปลอดภัย ถ้าผู้กลัวที่โล่งออกไปจากเขตปลอดภัยของตน อาจจะเกิดอาการตื่นตระหนกได้ ความชุกของอาการกลัวที่โล่งในสหรัฐอเมริกาคือประมาณร้อยละ 5 ต่อปี

การรักษาโรคกลัวที่ชุมชน
       การรักษาโรคกลัวที่ชุมชนหรืออาการกลัวที่โล่ง สามารถทำได้โดยให้ผู้ป่วยเข้าไปเผชิญกับสิ่งที่ตนกลัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป (graded exposure) จนผู้ป่วยเกิดความชินชากับสิ่งนั้นเช่นในผู้ป่วยที่กลัวความสูงเราอาจให้ผู้ป่วยขึ้นไปนั่งริมระเบียงชั้น 2 วันละ 1 ชั่วโมง ผู้ป่วยจะเกิดอาการกลัว เมื่อเริ่มไปนั่งแต่อาจจะกลัวไม่มากนักเพราะอยู่แค่ชั้น 2 ความกลัวจะค่อยๆลดลงเมื่อเวลาผ่านไป และแทบจะไม่กลัวเลยเมื่อหมดเวลา 1 ชั่วโมง วันต่อมาให้ทำแบบเดิมอีกผู้ป่วยก็จะกลัวอีกเมื่อเริ่มออกมานั่งแต่จะกลัวน้อยกว่าและจะหายเร็วกว่าเมื่อวาน ทำทุกวันจนผู้ป่วยหายกลัวความสูงระดับชั้น 2 ก็ให้ขึ้นไปทำแบบเดียวกันกับชั้น 3 และเลื่อนชั้นไปเรื่อยๆจนถึงระดับที่ผู้ป่วยพอใจ 

เอกสารอ้างอิง 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น